Smart Parking Monitoring — ระบบ AI ตรวจช่องจอดและรถจอดเกินเวลา จากกล้องวงจรปิดเดิม

Smart Parking Monitoring คือระบบลานจอดรถที่ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อรู้ว่าช่องจอดไหนว่าง ช่องจอดไหนไม่ว่าง และคันไหนจอดอยู่นานเกินเวลาที่กำหนด — เมื่อพบรถที่จอดเกินเวลา ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่พร้อมภาพและเวลาที่รถเข้ามา ทำให้ลานจอดโล่งที่ไม่มีไม้กั้นและไม่มีตู้บัตรก็บริหารได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิม

กล้อง AI ตรวจจับช่องจอดรถและรถที่จอดเกินเวลาในลานจอดรถหน้าอาคาร
ระบบ AI ตีกรอบช่องจอดจากภาพกล้องวงจรปิด แล้วนับเวลาแต่ละคันแยกช่อง — ติดตั้งและดูแลโดยทีมวิศวกร Dolly Solutions ทั่วประเทศ

Smart Parking Monitoring คืออะไร

ระบบลานจอดรถแบบเดิมรู้แค่ว่า “มีรถเข้ามากี่คัน ออกไปกี่คัน” เพราะข้อมูลทั้งหมดมาจากไม้กั้นที่ปากทาง ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้น ข้างในลาน ไม่มีใครรู้จนกว่าจะมีคนเดินไปดู

Smart Parking Monitoring กลับด้านวิธีคิดนั้น — แทนที่จะวัดที่ปากทาง ระบบใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องที่มองเห็นตัวลานจอดโดยตรง โดยตีกรอบ (define) แต่ละช่องจอดไว้ในภาพ แล้วตอบคำถามสามข้อได้ตลอดเวลา:

เปรียบเทียบภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วไปกับภาพเดียวกันหลังผ่าน AI ที่ตีกรอบช่องจอดว่างเป็นสีเขียวและช่องที่มีรถเป็นสีแดง
ภาพเดียวกัน กล้องตัวเดิม — ครึ่งซ้ายคือสิ่งที่กล้องวงจรปิดส่งมาตามปกติ ครึ่งขวาคือหลังระบบตีกรอบช่องจอดและระบายสถานะรายช่อง สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการตีความ ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์

ช่องนี้มีรถอยู่ไหม

สถานะว่าง / ไม่ว่าง รายช่อง อัปเดตเป็นวินาที ไม่ต้องฝังเซ็นเซอร์ในพื้น

เข้ามาตั้งแต่กี่โมง

ระบบเริ่มนับเวลาตั้งแต่วินาทีที่รถเข้าช่อง และเก็บภาพขณะเข้าไว้

เกินเวลาที่กำหนดหรือยัง

ตั้งเกณฑ์ได้เอง เช่น เกิน 2 ชั่วโมงให้แจ้ง หรือแยกเกณฑ์ตามโซน

รถลักษณะไหน

บันทึกสีและประเภทรถไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่หาคันที่ถูกแจ้งเตือนได้เร็ว

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเดินตรวจเพื่อ “หา” รถที่จอดแช่อีก — ระบบชี้ให้เลยว่าคันไหน ช่องไหน เข้ามาตั้งแต่กี่โมง พร้อมภาพยืนยัน

ปัญหาที่ระบบนี้แก้: ลานจอดเต็มทั้งวัน แต่ยอดขายไม่ขึ้น

สำหรับร้านค้าและอาคารที่มีที่จอดจำกัด ปัญหาที่แท้จริงมักไม่ใช่ “ช่องจอดน้อย” แต่เป็น ช่องจอดถูกยึดครองโดยรถที่ไม่ได้มาใช้บริการ

  • รถของพนักงานร้านข้างเคียงจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น
  • คนใช้ลานจอดเป็นจุดนัดพบหรือจุดต่อรถ แล้วจอดทิ้งไว้ทั้งวัน
  • รถจอดคร่อมสองช่อง ทำให้เสียช่องจอดไปหนึ่งช่องต่อคัน
  • รถจอดขวางทางเข้าออกหรือขวางช่องทางรถขนของ

เมื่อรอบการหมุนเวียนของช่องจอด (turnover) ต่ำ ลูกค้าที่ขับมาถึงแล้วเห็นว่าเต็มก็ขับผ่านไป — นั่นคือยอดขายที่หายไปโดยไม่มีใครเห็นตัวเลข ระบบนี้ทำให้ตัวเลขนั้นโผล่ขึ้นมา: ช่องจอดแต่ละช่องถูกใช้กี่ครั้งต่อวัน คันที่จอดนานที่สุดจอดนานเท่าไร และชั่วโมงไหนของวันที่ลานเต็มจริง

ผังลานจอดรถแสดงช่องจอดว่างสีเขียวและช่องที่มีรถสีแดง พร้อมตัวเลขสรุปช่องว่าง 28 ช่อง จากทั้งหมด 80 ช่อง แบบเรียลไทม์
เมื่อรู้จำนวนช่องว่างแบบเรียลไทม์ ข้อมูลชุดนี้เอาไปขึ้นจอหน้าลานหรือหน้าเว็บได้ ลดการวนหาที่จอดซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางวิ่งในลานติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน

พูดตรง ๆ ก่อนตัดสินใจ: ระบบนี้ให้ “ข้อมูลและการแจ้งเตือน” ไม่ได้บังคับให้รถออกไปเอง ผลลัพธ์จะเกิดเมื่อองค์กรมีขั้นตอนรองรับหลังได้รับแจ้งเตือน เช่น ให้เจ้าหน้าที่ไปติดใบแจ้ง ประกาศเสียงตามสาย หรือใช้เป็นหลักฐานคุยกับผู้เช่าพื้นที่ ถ้าไม่มีคนรับช่วงต่อ ระบบจะกลายเป็นแดชบอร์ดที่สวยแต่ไม่เปลี่ยนอะไร

สามทางเลือกในการทำระบบลานจอดรถ — เลือกอย่างไร

ก่อนจะเลือกเทคโนโลยี ต้องรู้ก่อนว่าโจทย์ของลานจอดนั้นคืออะไร เพราะสามแนวทางนี้แก้ปัญหาไม่เหมือนกันเลย

แนวทางตอบโจทย์อะไรข้อจำกัดงานติดตั้ง
ไม้กั้น + ตู้จ่ายบัตร / ทาบบัตรควบคุมว่า ใครเข้าออกได้ และเก็บค่าบริการ เหมาะเมื่อจะคิดเงินหรือจำกัดสิทธิ์เข้าออกไม่รู้ว่าข้างในลานช่องไหนว่าง และไม่รู้ว่าคันไหนจอดแช่ตรงไหนหนัก — ต้องเทฐาน เดินไฟ วางลูปตรวจจับ
เซ็นเซอร์รายช่องจอด (ultrasonic / magnetic)รู้สถานะว่าง–ไม่ว่างรายช่องแม่นมาก เหมาะกับอาคารจอดรถหลายชั้นที่ต้องมีไฟแสดงเหนือช่องต้นทุนโตตามจำนวนช่อง (1 ช่อง = 1 อุปกรณ์) ต้องเดินสาย/เปลี่ยนแบตเตอรี่ และไม่บอกลักษณะรถหนัก — ติดตั้งเหนือทุกช่องจอด
AI วิเคราะห์ภาพจากกล้อง (หน้านี้)รู้สถานะรายช่อง + เวลาที่จอด + ลักษณะรถ + มีภาพเป็นหลักฐาน กล้อง 1 ตัวดูได้หลายช่องพร้อมกันความแม่นยำขึ้นกับมุมกล้องและแสง กล้องที่แขวนต่ำหรือมองเฉียงมากจะเกิดการบังกันเบา — ใช้กล้องเดิมได้ในหลายกรณี ไม่ต้องรื้อพื้น

ในทางปฏิบัติสองแนวทางแรกกับแนวทางที่สาม ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำงานคนละหน้าที่ — ลานจอดที่มีทั้ง ไม้กั้นที่ปากทาง และ AI ตรวจช่องจอดข้างใน คือลานที่คุมได้ทั้งทางเข้าออกและการใช้พื้นที่

ระบบทำงานอย่างไร

ภาพมุมสูงลานจอดรถที่ AI ตีกรอบทุกช่องจอด แสดงช่องว่างสีเขียวและช่องที่มีรถสีแดง พร้อมแผงสรุปอัตราการใช้พื้นที่
ผลลัพธ์ปลายทางที่ระบบต้องทำให้ได้ — รู้สถานะทุกช่องพร้อมกันจากเฟรมเดียว ไม่ใช่แค่ “เห็นว่ามีรถอยู่ในลาน” ส่วนขั้นตอนที่ทำให้ได้ภาพแบบนี้อยู่ในตารางด้านล่าง
ขั้นสิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งที่ต้องตัดสินใจตอนออกแบบ
1. รับภาพกล้อง IP ส่งสตรีมผ่าน RTSP เข้าหน่วยประมวลผล (กล่อง edge AI หรือเซิร์ฟเวอร์ในอาคาร)กล้องเดิมมองเห็นช่องจอดครบไหม มุมกดพอไหม ต้องเพิ่มกล้องกี่ตัว
2. ตีกรอบช่องจอดทีมติดตั้งลากกรอบทับตำแหน่งช่องจอดแต่ละช่องบนภาพ และตั้งชื่อช่อง (A1, A2, …)ช่องไหนต้องนับเวลา ช่องไหนเป็นช่องสำรอง/ช่องผู้พิการที่ต้องแจ้งทันทีเมื่อมีรถเข้า
3. ตรวจจับและนับเวลาโมเดล deep learning หา “รถ” ในแต่ละกรอบ บันทึกเวลาเข้า สี และประเภทรถ แล้วเดินนาฬิกาแยกรายช่องเกณฑ์เวลาต่อโซน และเวลาหน่วงกันสัญญาณกระพริบ (เช่น ต้องอยู่ต่อเนื่อง 60 วินาทีจึงถือว่าจอด)
4. แดชบอร์ด + แจ้งเตือนหน้าจอแสดงผังลานพร้อมสถานะสามสี (ว่าง / ไม่ว่าง / เกินเวลา) และส่งแจ้งเตือนพร้อมภาพเมื่อเกินเกณฑ์ใครเป็นผู้รับแจ้ง ช่องทางไหน (LINE / อีเมล / จอในห้องรักษาความปลอดภัย) และใครปิดเคส
เจ้าหน้าที่ดูแดชบอร์ดผังลานจอดรถแสดงช่องจอดว่างและรถที่จอดเกินเวลา
ทุกการแจ้งเตือนมาพร้อมภาพและเวลาที่รถเข้าช่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันก่อนดำเนินการ

ต่อกับป้ายทะเบียนได้ไหม

ได้ แต่เป็นอีกงานหนึ่ง — การอ่านป้ายทะเบียนต้องใช้กล้องที่ออกแบบมาเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ ติดในระยะและมุมที่แคบกว่ากล้องภาพรวมมาก จึงมักติดที่ ปากทางเข้าออก แล้วเชื่อมข้อมูลกับระบบตรวจช่องจอด ไม่ใช่ให้กล้องภาพรวมตัวเดียวทำทั้งสองอย่าง รายละเอียดอ่านได้ที่ กล้อง LPR อ่านป้ายทะเบียนรถ

AI ตรวจอะไรได้แม่น และอะไรที่ตรวจยาก

ข้อนี้ผู้ขายส่วนใหญ่ไม่พูด แต่มันกำหนดว่าโครงการจะสำเร็จหรือกลายเป็นระบบที่ไม่มีใครเปิดดู

สิ่งที่ต้องการตรวจความยากเงื่อนไขที่ต้องมีจึงจะแม่น
ช่องจอดว่าง / ไม่ว่างง่ายที่สุดเห็นพื้นที่ช่องจอดเกินครึ่งช่อง ไม่ถูกเสาหรือรถคันหน้าบังทั้งช่อง
เวลาที่รถจอดในช่องง่ายสถานะช่องแม่นก็นับเวลาแม่นตาม ต้องตั้งเวลาหน่วงกันรถที่แค่ขับผ่าน
สีและประเภทรถปานกลางแสงพอ ไม่ใช่โหมดอินฟราเรดขาวดำ — กลางคืนที่ไม่มีไฟลานจะแยกสีไม่ได้
รถจอดคร่อมช่องปานกลางต้องเห็นเส้นแบ่งช่องชัด และมุมกล้องกดพอที่ตัวรถไม่ล้นไปทับกรอบข้างเคียงในภาพ
รถจักรยานยนต์ในช่องรถยนต์ยากวัตถุเล็ก ต้องมีความละเอียดที่ช่องนั้นมากกว่าปกติ และควรแยกโซนจอดรถจักรยานยนต์ออกจากกัน
ป้ายทะเบียนของรถที่จอดแช่ยากที่สุดจากกล้องภาพรวมต้องใช้กล้อง LPR แยกที่ปากทาง ไม่ควรคาดหวังจากกล้องที่มองภาพรวมลาน

บทเรียนที่ตามมาคือ อย่าตั้งโจทย์ว่า “ตรวจทุกอย่างทุกช่องด้วยกล้องเดิมทั้งหมด” ให้เริ่มจากโซนที่มีปัญหาจอดแช่หนักที่สุด 10–20 ช่อง วางกล้องเพื่อโซนนั้นให้ได้มุมที่ถูก แล้วค่อยขยาย

เงื่อนไขกล้องและการติดตั้งจริง

ข้อได้เปรียบหลักของแนวทางนี้คือกล้องหนึ่งตัวดูแลได้หลายช่องจอดพร้อมกัน ต่างจากเซ็นเซอร์รายช่องที่ต้องมีอุปกรณ์หนึ่งชิ้นต่อหนึ่งช่อง แต่ “หลายช่อง” เป็นเท่าไรนั้นขึ้นกับหน้างาน ไม่ใช่ตัวเลขคงที่

กล้อง AI หนึ่งตัวติดบนผนังอาคาร ครอบคลุมช่องจอดหลายแถวพร้อมกัน แสดงสถานะช่องว่างและช่องที่มีรถ
กล้องตัวเดียวครอบคลุมได้หลายช่องจอด — แต่จำนวนช่องจริงต่อกล้องขึ้นกับความสูงติดตั้ง มุมกด และการบังกันของตัวรถ เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงอยู่ในตารางด้านล่าง

ตัวเลขชุดนี้คือสิ่งที่ทีมงานใช้ประเมินหน้างานจริง ใช้เช็กเบื้องต้นได้เองก่อนเรียกทีมเข้าไปดู

รายการเกณฑ์ที่ควรมี
ความละเอียดกล้อง2MP (1080p) ขึ้นไป — ถ้าต้องการแยกรถจักรยานยนต์หรือดูช่องไกล ควร 4MP ขึ้นไป
ความสูงติดตั้ง4–6 เมตรสำหรับลานโล่ง (ยิ่งสูงยิ่งลดการบังกันระหว่างรถ) ในอาคารจอดรถใช้ความสูงฝ้าเท่าที่มี
มุมกดประมาณ 30–45 องศาจากแนวระนาบ — มุมราบเกินไปรถคันหน้าจะบังคันหลังทั้งแถว
จำนวนช่องต่อกล้องตามจริง 6–12 ช่องต่อกล้องหนึ่งตัว ขึ้นกับความสูงและระยะ อย่าเชื่อตัวเลข 30–40 ช่องต่อกล้องโดยไม่ดูภาพจริง
แสงกลางคืนควรมีไฟลานระดับที่ตายังเห็นสีรถได้ ถ้าลานมืดสนิท การเพิ่มโคมไฟถูกและได้ผลกว่าการเปลี่ยนกล้อง
เครือข่ายกล้อง IP ที่ดึงสตรีม RTSP ได้ + PoE ไปถึงจุดกล้อง ระบบทำงานในวงแลนได้ทั้งหมด
หน่วยประมวลผลกล่อง edge AI สำหรับ 1–4 กล้อง หรือเซิร์ฟเวอร์ที่มี GPU เมื่อเกิน 8 กล้อง

ข้อแนะนำจากหน้างาน: กล้องวงจรปิดที่ติดไว้เดิมส่วนใหญ่ถูกวางเพื่อ “ดูเหตุการณ์” จึงมักหันกว้างและติดสูงเกินกว่าจะตีกรอบช่องจอดได้แม่น สิ่งที่มักเกิดขึ้นจริงคือ ใช้กล้องเดิมได้บางจุด และเพิ่มกล้องเฉพาะโซนที่ต้องนับเวลา วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือส่งภาพนิ่งจากกล้องที่มีอยู่มาให้ทีมงานดู — ดูจากภาพจริงตอบได้เลยว่าจุดไหนผ่าน จุดไหนไม่ผ่าน

เหมาะกับลานจอดแบบไหน

ประเภทสถานที่ปัญหาที่พบบ่อยจุดที่ควรเริ่มติดตั้ง
ร้านสะดวกซื้อ / ร้านอาหารริมถนนช่องจอดหน้าร้านถูกจอดแช่ ลูกค้าเข้าไม่ได้ช่องจอดแถวหน้าร้าน 6–10 ช่อง
ซูเปอร์มาร์เก็ต / คอมมูนิตี้มอลล์รถพนักงานร้านเช่าจอดในช่องลูกค้าโซนใกล้ทางเข้าหลัก และโซนที่ผู้เช่ามักใช้
อาคารสำนักงาน / อาคารจอดรถไม่รู้ว่าชั้นไหนยังว่าง รถวนหาที่จอดทางขึ้นแต่ละชั้น ใช้ร่วมกับ จอแสดงจำนวนช่องว่าง
คลินิก / โรงพยาบาลขนาดกลางช่องจอดผู้ป่วยและช่องผู้พิการถูกใช้ผิดประเภทช่องผู้พิการและช่องรับส่งผู้ป่วย ตั้งให้แจ้งทันทีเมื่อมีรถเข้า
โรงงาน / คลังสินค้ารถบรรทุกจอดขวางช่องขนถ่ายลานขนถ่ายและช่องทางรถวิ่ง ใช้ร่วมกับระบบควบคุมทางเข้าออก
คอนโดมิเนียม / หมู่บ้านรถผู้มาติดต่อจอดในช่องผู้พักอาศัยโซนช่องจอดผู้มาติดต่อ และช่องจอดที่ระบุเจ้าของ

ควรใช้ AI ตรวจช่องจอด หรือควรใช้ไม้กั้น

คำถามนี้ตอบได้จากโจทย์ ไม่ใช่จากงบประมาณ

ถ้าโจทย์คือ “จะเก็บเงิน” หรือ “จำกัดสิทธิ์เข้าออก”

ต้องเริ่มที่ปากทาง — ระบบบริหารลานจอดรถแบบไม้กั้น พร้อม ตู้จ่ายบัตร หรือทาบบัตร AI ตรวจช่องจอดแทนสิ่งนี้ไม่ได้

ถ้าโจทย์คือ “ช่องจอดถูกยึดครอง”

ไม้กั้นแก้ไม่ได้ เพราะรถที่จอดแช่ก็ผ่านไม้กั้นเข้ามาอย่างถูกต้อง ต้องใช้ AI ที่มองเห็นข้างในลาน

ถ้าลานเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีทางเข้าออกที่ควบคุมได้

ติดไม้กั้นไม่ได้ตั้งแต่แรก AI จากกล้องเป็นทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว

ถ้ามีทั้งสองโจทย์

ทำทั้งคู่ — ไม้กั้น + ไม้กั้นรถยนต์ ที่ปากทาง และ AI ตรวจช่องจอดข้างใน ใช้ข้อมูลร่วมกันได้

ถ้ายังอยากเข้าใจภาพรวมของเทคโนโลยีทั้งหมดก่อน อ่านได้ที่ ระบบจอดรถอัจฉริยะคืออะไร แตกต่างจากลานจอดทั่วไปอย่างไร

PDPA — กล้องในลานจอดกับข้อมูลส่วนบุคคล

ภาพรถและป้ายทะเบียนที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การใช้ระบบนี้จึงทำได้ แต่ต้องวางแนวทางให้ถูกตั้งแต่ต้น

  • ติดป้ายแจ้ง ที่ทางเข้าลานจอดว่ามีการบันทึกภาพและใช้ระบบวิเคราะห์ภาพ พร้อมระบุวัตถุประสงค์
  • เก็บเท่าที่ใช้ — ถ้าโจทย์คือรอบการหมุนเวียนช่องจอด ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้การระบุตัวบุคคลหรือจดจำใบหน้า
  • กำหนดอายุการเก็บข้อมูล และลบอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด แยกอายุการเก็บของภาพเหตุการณ์กับของสถิติรวม
  • จำกัดสิทธิ์เข้าถึง ให้เฉพาะผู้รับผิดชอบ และเก็บบันทึกว่าใครเปิดดูข้อมูลเมื่อไร
  • ประมวลผลในวงแลน ได้ทั้งหมดหากไม่ต้องการให้ภาพออกนอกองค์กร

ต้นทุนขึ้นกับอะไร

ราคาระบบนี้ไม่มีเรตกลาง เพราะตัวแปรอยู่ที่หน้างานไม่ใช่ที่ซอฟต์แวร์ สิ่งที่กำหนดราคาจริงคือ

  • จำนวนช่องจอดที่ต้องนับเวลา — ตัวเลขนี้แปลเป็นจำนวนกล้องที่ต้องมี
  • กล้องเดิมใช้ได้กี่จุด — จุดที่ผ่านเกณฑ์มุมและความละเอียดคือส่วนที่ประหยัดได้มากที่สุด
  • ระยะเดินสายและงานไฟ — ในลานโล่งที่ไม่มีเสาไฟใกล้จุดกล้อง ค่างานติดตั้งอาจสูงกว่าค่ากล้อง
  • ประมวลผลที่กล่อง edge หรือเซิร์ฟเวอร์ — ตามจำนวนกล้องและจำนวนโซน
  • ช่องทางแจ้งเตือนและการเชื่อมระบบเดิม — แจ้งเข้า LINE กับการเชื่อม API เข้าระบบบริหารอาคารเป็นงานคนละขนาด

วิธีที่เร็วที่สุดในการได้ตัวเลขจริงคือส่ง ผังลานจอด + ภาพนิ่งจากกล้องที่มีอยู่ มาให้ทีมงานประเมิน แล้วจะได้คำตอบว่ากล้องเดิมใช้ได้กี่จุด ต้องเพิ่มกี่ตัว และควรเริ่มจากโซนไหนก่อนให้เห็นผลเร็วที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Q: ใช้กล้องวงจรปิดเดิมที่มีอยู่แล้วได้ไหม

ได้บางจุด ถ้าเป็นกล้อง IP ที่ดึงสตรีม RTSP ได้ ความละเอียด 2MP ขึ้นไป และมุมกล้องกดลงมาประมาณ 30–45 องศาจนเห็นพื้นที่ช่องจอดไม่ถูกรถคันหน้าบัง ในทางปฏิบัติกล้องเดิมมักถูกติดไว้เพื่อดูภาพรวมจึงหันกว้างและติดสูงเกินเกณฑ์ ผลที่พบบ่อยคือใช้กล้องเดิมได้บางโซนและเพิ่มกล้องเฉพาะโซนที่ต้องนับเวลา ส่งภาพนิ่งจากกล้องจริงมาให้ทีมงานดูจะตอบได้ทันทีว่าจุดไหนผ่าน

Q: ต้องรื้อพื้นหรือติดไม้กั้นเพิ่มไหม

ไม่ต้อง ระบบทำงานจากภาพกล้องอย่างเดียว ไม่ต้องฝังเซ็นเซอร์ในพื้น ไม่ต้องวางลูปตรวจจับ และไม่ต้องมีไม้กั้น จึงติดตั้งในลานจอดโล่งที่ไม่มีทางเข้าออกควบคุมได้ ถ้าภายหลังต้องการเก็บค่าบริการหรือจำกัดสิทธิ์เข้าออกจึงค่อยเพิ่มไม้กั้นที่ปากทาง โดยใช้ข้อมูลร่วมกันได้

Q: ตั้งเวลาแจ้งเตือนได้ละเอียดแค่ไหน

ตั้งได้รายโซนและรายช่อง เช่น ช่องหน้าร้านเกิน 30 นาทีให้แจ้ง ช่องด้านข้างเกิน 3 ชั่วโมงให้แจ้ง และช่องผู้พิการให้แจ้งทันทีที่มีรถเข้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสิทธิ์ นอกจากนี้ยังตั้งเวลาหน่วงเพื่อไม่ให้รถที่เพียงขับผ่านหรือหยุดรับส่งคนถูกนับเป็นการจอดได้

Q: กลางคืนใช้งานได้ไหม

ได้ การตรวจว่าช่องจอดว่างหรือไม่ว่างยังทำได้ในที่แสงน้อย แต่เมื่อกล้องสลับเข้าโหมดอินฟราเรดขาวดำ ข้อมูลสีจะหายไป ทำให้บันทึกสีรถไม่ได้และแยกรถที่หน้าตาคล้ายกันยากขึ้น ลานที่ต้องใช้งานกลางคืนจริงจังควรเสริมโคมไฟบริเวณโซนที่ต้องนับเวลา ซึ่งลงทุนน้อยกว่าและได้ผลมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้กล้องที่ไวแสงขึ้น

Q: ข้อมูลต้องขึ้นคลาวด์ไหม

ไม่จำเป็น ระบบประมวลผลภายในเครือข่ายขององค์กรได้ทั้งหมด ทั้งแบบกล่อง edge AI ที่จุดกล้องและแบบเซิร์ฟเวอร์ในอาคาร จะต่ออินเทอร์เน็ตเฉพาะเมื่อต้องการส่งแจ้งเตือนออกนอกเครือข่าย เช่น เข้า LINE หรือดูรายงานจากภายนอก ซึ่งเลือกเปิดเฉพาะช่องทางที่ต้องการได้

Q: ระบบบอกได้ไหมว่ารถคันที่จอดแช่เป็นทะเบียนอะไร

ไม่ได้จากกล้องภาพรวมของลาน เพราะป้ายทะเบียนเป็นวัตถุเล็กที่ต้องการมุมและระยะเฉพาะ ถ้าต้องการข้อมูลทะเบียนต้องเพิ่มกล้อง LPR ที่ปากทางเข้าออกแล้วเชื่อมข้อมูลกัน วิธีนี้จะได้ทั้งทะเบียนตอนเข้าและเวลาที่จอดในแต่ละช่อง

Q: มีรายงานย้อนหลังให้ดูไหม

มี ระบบเก็บสถิติรายช่องและรายโซนไว้ ทำให้ดูย้อนหลังได้ว่าช่องจอดถูกใช้กี่ครั้งต่อวัน ระยะเวลาจอดเฉลี่ยเท่าไร ชั่วโมงไหนของวันที่ลานเต็ม และโซนไหนมีการจอดเกินเวลาบ่อยที่สุด ข้อมูลชุดนี้ใช้ตัดสินใจเรื่องการจัดสรรพื้นที่หรือเจรจากับผู้เช่าได้จริง มากกว่าการเถียงกันด้วยความรู้สึก

ระบบที่ใช้ร่วมกันได้