Smart Parking Monitoring — ระบบ AI ตรวจช่องจอดและรถจอดเกินเวลา จากกล้องวงจรปิดเดิม
Smart Parking Monitoring คือระบบลานจอดรถที่ใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อรู้ว่าช่องจอดไหนว่าง ช่องจอดไหนไม่ว่าง และคันไหนจอดอยู่นานเกินเวลาที่กำหนด — เมื่อพบรถที่จอดเกินเวลา ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่พร้อมภาพและเวลาที่รถเข้ามา ทำให้ลานจอดโล่งที่ไม่มีไม้กั้นและไม่มีตู้บัตรก็บริหารได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิม

Smart Parking Monitoring คืออะไร
ระบบลานจอดรถแบบเดิมรู้แค่ว่า “มีรถเข้ามากี่คัน ออกไปกี่คัน” เพราะข้อมูลทั้งหมดมาจากไม้กั้นที่ปากทาง ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้น ข้างในลาน ไม่มีใครรู้จนกว่าจะมีคนเดินไปดู
Smart Parking Monitoring กลับด้านวิธีคิดนั้น — แทนที่จะวัดที่ปากทาง ระบบใช้ AI วิเคราะห์ภาพจากกล้องที่มองเห็นตัวลานจอดโดยตรง โดยตีกรอบ (define) แต่ละช่องจอดไว้ในภาพ แล้วตอบคำถามสามข้อได้ตลอดเวลา:

ช่องนี้มีรถอยู่ไหม
สถานะว่าง / ไม่ว่าง รายช่อง อัปเดตเป็นวินาที ไม่ต้องฝังเซ็นเซอร์ในพื้น
เข้ามาตั้งแต่กี่โมง
ระบบเริ่มนับเวลาตั้งแต่วินาทีที่รถเข้าช่อง และเก็บภาพขณะเข้าไว้
เกินเวลาที่กำหนดหรือยัง
ตั้งเกณฑ์ได้เอง เช่น เกิน 2 ชั่วโมงให้แจ้ง หรือแยกเกณฑ์ตามโซน
รถลักษณะไหน
บันทึกสีและประเภทรถไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่หาคันที่ถูกแจ้งเตือนได้เร็ว
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเดินตรวจเพื่อ “หา” รถที่จอดแช่อีก — ระบบชี้ให้เลยว่าคันไหน ช่องไหน เข้ามาตั้งแต่กี่โมง พร้อมภาพยืนยัน
ปัญหาที่ระบบนี้แก้: ลานจอดเต็มทั้งวัน แต่ยอดขายไม่ขึ้น
สำหรับร้านค้าและอาคารที่มีที่จอดจำกัด ปัญหาที่แท้จริงมักไม่ใช่ “ช่องจอดน้อย” แต่เป็น ช่องจอดถูกยึดครองโดยรถที่ไม่ได้มาใช้บริการ
- รถของพนักงานร้านข้างเคียงจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น
- คนใช้ลานจอดเป็นจุดนัดพบหรือจุดต่อรถ แล้วจอดทิ้งไว้ทั้งวัน
- รถจอดคร่อมสองช่อง ทำให้เสียช่องจอดไปหนึ่งช่องต่อคัน
- รถจอดขวางทางเข้าออกหรือขวางช่องทางรถขนของ
เมื่อรอบการหมุนเวียนของช่องจอด (turnover) ต่ำ ลูกค้าที่ขับมาถึงแล้วเห็นว่าเต็มก็ขับผ่านไป — นั่นคือยอดขายที่หายไปโดยไม่มีใครเห็นตัวเลข ระบบนี้ทำให้ตัวเลขนั้นโผล่ขึ้นมา: ช่องจอดแต่ละช่องถูกใช้กี่ครั้งต่อวัน คันที่จอดนานที่สุดจอดนานเท่าไร และชั่วโมงไหนของวันที่ลานเต็มจริง

พูดตรง ๆ ก่อนตัดสินใจ: ระบบนี้ให้ “ข้อมูลและการแจ้งเตือน” ไม่ได้บังคับให้รถออกไปเอง ผลลัพธ์จะเกิดเมื่อองค์กรมีขั้นตอนรองรับหลังได้รับแจ้งเตือน เช่น ให้เจ้าหน้าที่ไปติดใบแจ้ง ประกาศเสียงตามสาย หรือใช้เป็นหลักฐานคุยกับผู้เช่าพื้นที่ ถ้าไม่มีคนรับช่วงต่อ ระบบจะกลายเป็นแดชบอร์ดที่สวยแต่ไม่เปลี่ยนอะไร
สามทางเลือกในการทำระบบลานจอดรถ — เลือกอย่างไร
ก่อนจะเลือกเทคโนโลยี ต้องรู้ก่อนว่าโจทย์ของลานจอดนั้นคืออะไร เพราะสามแนวทางนี้แก้ปัญหาไม่เหมือนกันเลย
| แนวทาง | ตอบโจทย์อะไร | ข้อจำกัด | งานติดตั้ง |
|---|---|---|---|
| ไม้กั้น + ตู้จ่ายบัตร / ทาบบัตร | ควบคุมว่า ใครเข้าออกได้ และเก็บค่าบริการ เหมาะเมื่อจะคิดเงินหรือจำกัดสิทธิ์เข้าออก | ไม่รู้ว่าข้างในลานช่องไหนว่าง และไม่รู้ว่าคันไหนจอดแช่ตรงไหน | หนัก — ต้องเทฐาน เดินไฟ วางลูปตรวจจับ |
| เซ็นเซอร์รายช่องจอด (ultrasonic / magnetic) | รู้สถานะว่าง–ไม่ว่างรายช่องแม่นมาก เหมาะกับอาคารจอดรถหลายชั้นที่ต้องมีไฟแสดงเหนือช่อง | ต้นทุนโตตามจำนวนช่อง (1 ช่อง = 1 อุปกรณ์) ต้องเดินสาย/เปลี่ยนแบตเตอรี่ และไม่บอกลักษณะรถ | หนัก — ติดตั้งเหนือทุกช่องจอด |
| AI วิเคราะห์ภาพจากกล้อง (หน้านี้) | รู้สถานะรายช่อง + เวลาที่จอด + ลักษณะรถ + มีภาพเป็นหลักฐาน กล้อง 1 ตัวดูได้หลายช่องพร้อมกัน | ความแม่นยำขึ้นกับมุมกล้องและแสง กล้องที่แขวนต่ำหรือมองเฉียงมากจะเกิดการบังกัน | เบา — ใช้กล้องเดิมได้ในหลายกรณี ไม่ต้องรื้อพื้น |
ในทางปฏิบัติสองแนวทางแรกกับแนวทางที่สาม ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำงานคนละหน้าที่ — ลานจอดที่มีทั้ง ไม้กั้นที่ปากทาง และ AI ตรวจช่องจอดข้างใน คือลานที่คุมได้ทั้งทางเข้าออกและการใช้พื้นที่
ระบบทำงานอย่างไร

| ขั้น | สิ่งที่เกิดขึ้น | สิ่งที่ต้องตัดสินใจตอนออกแบบ |
|---|---|---|
| 1. รับภาพ | กล้อง IP ส่งสตรีมผ่าน RTSP เข้าหน่วยประมวลผล (กล่อง edge AI หรือเซิร์ฟเวอร์ในอาคาร) | กล้องเดิมมองเห็นช่องจอดครบไหม มุมกดพอไหม ต้องเพิ่มกล้องกี่ตัว |
| 2. ตีกรอบช่องจอด | ทีมติดตั้งลากกรอบทับตำแหน่งช่องจอดแต่ละช่องบนภาพ และตั้งชื่อช่อง (A1, A2, …) | ช่องไหนต้องนับเวลา ช่องไหนเป็นช่องสำรอง/ช่องผู้พิการที่ต้องแจ้งทันทีเมื่อมีรถเข้า |
| 3. ตรวจจับและนับเวลา | โมเดล deep learning หา “รถ” ในแต่ละกรอบ บันทึกเวลาเข้า สี และประเภทรถ แล้วเดินนาฬิกาแยกรายช่อง | เกณฑ์เวลาต่อโซน และเวลาหน่วงกันสัญญาณกระพริบ (เช่น ต้องอยู่ต่อเนื่อง 60 วินาทีจึงถือว่าจอด) |
| 4. แดชบอร์ด + แจ้งเตือน | หน้าจอแสดงผังลานพร้อมสถานะสามสี (ว่าง / ไม่ว่าง / เกินเวลา) และส่งแจ้งเตือนพร้อมภาพเมื่อเกินเกณฑ์ | ใครเป็นผู้รับแจ้ง ช่องทางไหน (LINE / อีเมล / จอในห้องรักษาความปลอดภัย) และใครปิดเคส |

ต่อกับป้ายทะเบียนได้ไหม
ได้ แต่เป็นอีกงานหนึ่ง — การอ่านป้ายทะเบียนต้องใช้กล้องที่ออกแบบมาเพื่อการนั้นโดยเฉพาะ ติดในระยะและมุมที่แคบกว่ากล้องภาพรวมมาก จึงมักติดที่ ปากทางเข้าออก แล้วเชื่อมข้อมูลกับระบบตรวจช่องจอด ไม่ใช่ให้กล้องภาพรวมตัวเดียวทำทั้งสองอย่าง รายละเอียดอ่านได้ที่ กล้อง LPR อ่านป้ายทะเบียนรถ
AI ตรวจอะไรได้แม่น และอะไรที่ตรวจยาก
ข้อนี้ผู้ขายส่วนใหญ่ไม่พูด แต่มันกำหนดว่าโครงการจะสำเร็จหรือกลายเป็นระบบที่ไม่มีใครเปิดดู
| สิ่งที่ต้องการตรวจ | ความยาก | เงื่อนไขที่ต้องมีจึงจะแม่น |
|---|---|---|
| ช่องจอดว่าง / ไม่ว่าง | ง่ายที่สุด | เห็นพื้นที่ช่องจอดเกินครึ่งช่อง ไม่ถูกเสาหรือรถคันหน้าบังทั้งช่อง |
| เวลาที่รถจอดในช่อง | ง่าย | สถานะช่องแม่นก็นับเวลาแม่นตาม ต้องตั้งเวลาหน่วงกันรถที่แค่ขับผ่าน |
| สีและประเภทรถ | ปานกลาง | แสงพอ ไม่ใช่โหมดอินฟราเรดขาวดำ — กลางคืนที่ไม่มีไฟลานจะแยกสีไม่ได้ |
| รถจอดคร่อมช่อง | ปานกลาง | ต้องเห็นเส้นแบ่งช่องชัด และมุมกล้องกดพอที่ตัวรถไม่ล้นไปทับกรอบข้างเคียงในภาพ |
| รถจักรยานยนต์ในช่องรถยนต์ | ยาก | วัตถุเล็ก ต้องมีความละเอียดที่ช่องนั้นมากกว่าปกติ และควรแยกโซนจอดรถจักรยานยนต์ออกจากกัน |
| ป้ายทะเบียนของรถที่จอดแช่ | ยากที่สุดจากกล้องภาพรวม | ต้องใช้กล้อง LPR แยกที่ปากทาง ไม่ควรคาดหวังจากกล้องที่มองภาพรวมลาน |
บทเรียนที่ตามมาคือ อย่าตั้งโจทย์ว่า “ตรวจทุกอย่างทุกช่องด้วยกล้องเดิมทั้งหมด” ให้เริ่มจากโซนที่มีปัญหาจอดแช่หนักที่สุด 10–20 ช่อง วางกล้องเพื่อโซนนั้นให้ได้มุมที่ถูก แล้วค่อยขยาย
เงื่อนไขกล้องและการติดตั้งจริง
ข้อได้เปรียบหลักของแนวทางนี้คือกล้องหนึ่งตัวดูแลได้หลายช่องจอดพร้อมกัน ต่างจากเซ็นเซอร์รายช่องที่ต้องมีอุปกรณ์หนึ่งชิ้นต่อหนึ่งช่อง แต่ “หลายช่อง” เป็นเท่าไรนั้นขึ้นกับหน้างาน ไม่ใช่ตัวเลขคงที่

ตัวเลขชุดนี้คือสิ่งที่ทีมงานใช้ประเมินหน้างานจริง ใช้เช็กเบื้องต้นได้เองก่อนเรียกทีมเข้าไปดู
| รายการ | เกณฑ์ที่ควรมี |
|---|---|
| ความละเอียดกล้อง | 2MP (1080p) ขึ้นไป — ถ้าต้องการแยกรถจักรยานยนต์หรือดูช่องไกล ควร 4MP ขึ้นไป |
| ความสูงติดตั้ง | 4–6 เมตรสำหรับลานโล่ง (ยิ่งสูงยิ่งลดการบังกันระหว่างรถ) ในอาคารจอดรถใช้ความสูงฝ้าเท่าที่มี |
| มุมกด | ประมาณ 30–45 องศาจากแนวระนาบ — มุมราบเกินไปรถคันหน้าจะบังคันหลังทั้งแถว |
| จำนวนช่องต่อกล้อง | ตามจริง 6–12 ช่องต่อกล้องหนึ่งตัว ขึ้นกับความสูงและระยะ อย่าเชื่อตัวเลข 30–40 ช่องต่อกล้องโดยไม่ดูภาพจริง |
| แสง | กลางคืนควรมีไฟลานระดับที่ตายังเห็นสีรถได้ ถ้าลานมืดสนิท การเพิ่มโคมไฟถูกและได้ผลกว่าการเปลี่ยนกล้อง |
| เครือข่าย | กล้อง IP ที่ดึงสตรีม RTSP ได้ + PoE ไปถึงจุดกล้อง ระบบทำงานในวงแลนได้ทั้งหมด |
| หน่วยประมวลผล | กล่อง edge AI สำหรับ 1–4 กล้อง หรือเซิร์ฟเวอร์ที่มี GPU เมื่อเกิน 8 กล้อง |
ข้อแนะนำจากหน้างาน: กล้องวงจรปิดที่ติดไว้เดิมส่วนใหญ่ถูกวางเพื่อ “ดูเหตุการณ์” จึงมักหันกว้างและติดสูงเกินกว่าจะตีกรอบช่องจอดได้แม่น สิ่งที่มักเกิดขึ้นจริงคือ ใช้กล้องเดิมได้บางจุด และเพิ่มกล้องเฉพาะโซนที่ต้องนับเวลา วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือส่งภาพนิ่งจากกล้องที่มีอยู่มาให้ทีมงานดู — ดูจากภาพจริงตอบได้เลยว่าจุดไหนผ่าน จุดไหนไม่ผ่าน
เหมาะกับลานจอดแบบไหน
| ประเภทสถานที่ | ปัญหาที่พบบ่อย | จุดที่ควรเริ่มติดตั้ง |
|---|---|---|
| ร้านสะดวกซื้อ / ร้านอาหารริมถนน | ช่องจอดหน้าร้านถูกจอดแช่ ลูกค้าเข้าไม่ได้ | ช่องจอดแถวหน้าร้าน 6–10 ช่อง |
| ซูเปอร์มาร์เก็ต / คอมมูนิตี้มอลล์ | รถพนักงานร้านเช่าจอดในช่องลูกค้า | โซนใกล้ทางเข้าหลัก และโซนที่ผู้เช่ามักใช้ |
| อาคารสำนักงาน / อาคารจอดรถ | ไม่รู้ว่าชั้นไหนยังว่าง รถวนหาที่จอด | ทางขึ้นแต่ละชั้น ใช้ร่วมกับ จอแสดงจำนวนช่องว่าง |
| คลินิก / โรงพยาบาลขนาดกลาง | ช่องจอดผู้ป่วยและช่องผู้พิการถูกใช้ผิดประเภท | ช่องผู้พิการและช่องรับส่งผู้ป่วย ตั้งให้แจ้งทันทีเมื่อมีรถเข้า |
| โรงงาน / คลังสินค้า | รถบรรทุกจอดขวางช่องขนถ่าย | ลานขนถ่ายและช่องทางรถวิ่ง ใช้ร่วมกับระบบควบคุมทางเข้าออก |
| คอนโดมิเนียม / หมู่บ้าน | รถผู้มาติดต่อจอดในช่องผู้พักอาศัย | โซนช่องจอดผู้มาติดต่อ และช่องจอดที่ระบุเจ้าของ |
ควรใช้ AI ตรวจช่องจอด หรือควรใช้ไม้กั้น
คำถามนี้ตอบได้จากโจทย์ ไม่ใช่จากงบประมาณ
ถ้าโจทย์คือ “จะเก็บเงิน” หรือ “จำกัดสิทธิ์เข้าออก”
ต้องเริ่มที่ปากทาง — ระบบบริหารลานจอดรถแบบไม้กั้น พร้อม ตู้จ่ายบัตร หรือทาบบัตร AI ตรวจช่องจอดแทนสิ่งนี้ไม่ได้
ถ้าโจทย์คือ “ช่องจอดถูกยึดครอง”
ไม้กั้นแก้ไม่ได้ เพราะรถที่จอดแช่ก็ผ่านไม้กั้นเข้ามาอย่างถูกต้อง ต้องใช้ AI ที่มองเห็นข้างในลาน
ถ้าลานเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีทางเข้าออกที่ควบคุมได้
ติดไม้กั้นไม่ได้ตั้งแต่แรก AI จากกล้องเป็นทางเลือกที่ทำได้จริงเพียงทางเดียว
ถ้ามีทั้งสองโจทย์
ทำทั้งคู่ — ไม้กั้น + ไม้กั้นรถยนต์ ที่ปากทาง และ AI ตรวจช่องจอดข้างใน ใช้ข้อมูลร่วมกันได้
ถ้ายังอยากเข้าใจภาพรวมของเทคโนโลยีทั้งหมดก่อน อ่านได้ที่ ระบบจอดรถอัจฉริยะคืออะไร แตกต่างจากลานจอดทั่วไปอย่างไร
PDPA — กล้องในลานจอดกับข้อมูลส่วนบุคคล
ภาพรถและป้ายทะเบียนที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การใช้ระบบนี้จึงทำได้ แต่ต้องวางแนวทางให้ถูกตั้งแต่ต้น
- ติดป้ายแจ้ง ที่ทางเข้าลานจอดว่ามีการบันทึกภาพและใช้ระบบวิเคราะห์ภาพ พร้อมระบุวัตถุประสงค์
- เก็บเท่าที่ใช้ — ถ้าโจทย์คือรอบการหมุนเวียนช่องจอด ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้การระบุตัวบุคคลหรือจดจำใบหน้า
- กำหนดอายุการเก็บข้อมูล และลบอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด แยกอายุการเก็บของภาพเหตุการณ์กับของสถิติรวม
- จำกัดสิทธิ์เข้าถึง ให้เฉพาะผู้รับผิดชอบ และเก็บบันทึกว่าใครเปิดดูข้อมูลเมื่อไร
- ประมวลผลในวงแลน ได้ทั้งหมดหากไม่ต้องการให้ภาพออกนอกองค์กร
ต้นทุนขึ้นกับอะไร
ราคาระบบนี้ไม่มีเรตกลาง เพราะตัวแปรอยู่ที่หน้างานไม่ใช่ที่ซอฟต์แวร์ สิ่งที่กำหนดราคาจริงคือ
- จำนวนช่องจอดที่ต้องนับเวลา — ตัวเลขนี้แปลเป็นจำนวนกล้องที่ต้องมี
- กล้องเดิมใช้ได้กี่จุด — จุดที่ผ่านเกณฑ์มุมและความละเอียดคือส่วนที่ประหยัดได้มากที่สุด
- ระยะเดินสายและงานไฟ — ในลานโล่งที่ไม่มีเสาไฟใกล้จุดกล้อง ค่างานติดตั้งอาจสูงกว่าค่ากล้อง
- ประมวลผลที่กล่อง edge หรือเซิร์ฟเวอร์ — ตามจำนวนกล้องและจำนวนโซน
- ช่องทางแจ้งเตือนและการเชื่อมระบบเดิม — แจ้งเข้า LINE กับการเชื่อม API เข้าระบบบริหารอาคารเป็นงานคนละขนาด
วิธีที่เร็วที่สุดในการได้ตัวเลขจริงคือส่ง ผังลานจอด + ภาพนิ่งจากกล้องที่มีอยู่ มาให้ทีมงานประเมิน แล้วจะได้คำตอบว่ากล้องเดิมใช้ได้กี่จุด ต้องเพิ่มกี่ตัว และควรเริ่มจากโซนไหนก่อนให้เห็นผลเร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
Q: ใช้กล้องวงจรปิดเดิมที่มีอยู่แล้วได้ไหม
ได้บางจุด ถ้าเป็นกล้อง IP ที่ดึงสตรีม RTSP ได้ ความละเอียด 2MP ขึ้นไป และมุมกล้องกดลงมาประมาณ 30–45 องศาจนเห็นพื้นที่ช่องจอดไม่ถูกรถคันหน้าบัง ในทางปฏิบัติกล้องเดิมมักถูกติดไว้เพื่อดูภาพรวมจึงหันกว้างและติดสูงเกินเกณฑ์ ผลที่พบบ่อยคือใช้กล้องเดิมได้บางโซนและเพิ่มกล้องเฉพาะโซนที่ต้องนับเวลา ส่งภาพนิ่งจากกล้องจริงมาให้ทีมงานดูจะตอบได้ทันทีว่าจุดไหนผ่าน
Q: ต้องรื้อพื้นหรือติดไม้กั้นเพิ่มไหม
ไม่ต้อง ระบบทำงานจากภาพกล้องอย่างเดียว ไม่ต้องฝังเซ็นเซอร์ในพื้น ไม่ต้องวางลูปตรวจจับ และไม่ต้องมีไม้กั้น จึงติดตั้งในลานจอดโล่งที่ไม่มีทางเข้าออกควบคุมได้ ถ้าภายหลังต้องการเก็บค่าบริการหรือจำกัดสิทธิ์เข้าออกจึงค่อยเพิ่มไม้กั้นที่ปากทาง โดยใช้ข้อมูลร่วมกันได้
Q: ตั้งเวลาแจ้งเตือนได้ละเอียดแค่ไหน
ตั้งได้รายโซนและรายช่อง เช่น ช่องหน้าร้านเกิน 30 นาทีให้แจ้ง ช่องด้านข้างเกิน 3 ชั่วโมงให้แจ้ง และช่องผู้พิการให้แจ้งทันทีที่มีรถเข้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสิทธิ์ นอกจากนี้ยังตั้งเวลาหน่วงเพื่อไม่ให้รถที่เพียงขับผ่านหรือหยุดรับส่งคนถูกนับเป็นการจอดได้
Q: กลางคืนใช้งานได้ไหม
ได้ การตรวจว่าช่องจอดว่างหรือไม่ว่างยังทำได้ในที่แสงน้อย แต่เมื่อกล้องสลับเข้าโหมดอินฟราเรดขาวดำ ข้อมูลสีจะหายไป ทำให้บันทึกสีรถไม่ได้และแยกรถที่หน้าตาคล้ายกันยากขึ้น ลานที่ต้องใช้งานกลางคืนจริงจังควรเสริมโคมไฟบริเวณโซนที่ต้องนับเวลา ซึ่งลงทุนน้อยกว่าและได้ผลมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้กล้องที่ไวแสงขึ้น
Q: ข้อมูลต้องขึ้นคลาวด์ไหม
ไม่จำเป็น ระบบประมวลผลภายในเครือข่ายขององค์กรได้ทั้งหมด ทั้งแบบกล่อง edge AI ที่จุดกล้องและแบบเซิร์ฟเวอร์ในอาคาร จะต่ออินเทอร์เน็ตเฉพาะเมื่อต้องการส่งแจ้งเตือนออกนอกเครือข่าย เช่น เข้า LINE หรือดูรายงานจากภายนอก ซึ่งเลือกเปิดเฉพาะช่องทางที่ต้องการได้
Q: ระบบบอกได้ไหมว่ารถคันที่จอดแช่เป็นทะเบียนอะไร
ไม่ได้จากกล้องภาพรวมของลาน เพราะป้ายทะเบียนเป็นวัตถุเล็กที่ต้องการมุมและระยะเฉพาะ ถ้าต้องการข้อมูลทะเบียนต้องเพิ่มกล้อง LPR ที่ปากทางเข้าออกแล้วเชื่อมข้อมูลกัน วิธีนี้จะได้ทั้งทะเบียนตอนเข้าและเวลาที่จอดในแต่ละช่อง
Q: มีรายงานย้อนหลังให้ดูไหม
มี ระบบเก็บสถิติรายช่องและรายโซนไว้ ทำให้ดูย้อนหลังได้ว่าช่องจอดถูกใช้กี่ครั้งต่อวัน ระยะเวลาจอดเฉลี่ยเท่าไร ชั่วโมงไหนของวันที่ลานเต็ม และโซนไหนมีการจอดเกินเวลาบ่อยที่สุด ข้อมูลชุดนี้ใช้ตัดสินใจเรื่องการจัดสรรพื้นที่หรือเจรจากับผู้เช่าได้จริง มากกว่าการเถียงกันด้วยความรู้สึก
ระบบที่ใช้ร่วมกันได้
- ระบบบริหารลานจอดรถ (ไม้กั้นอัตโนมัติ) — ควบคุมทางเข้าออกและเก็บค่าบริการที่ปากทาง
- ระบบไม้กั้นรถยนต์ — ตัวไม้กั้นและอุปกรณ์ที่ใช้ที่จุดทางเข้าออก
- กล้อง LPR อ่านป้ายทะเบียนรถ — เก็บทะเบียนตอนรถเข้าออก ใช้คู่กับระบบตรวจช่องจอด
- ระบบ VMS จอแสดงจำนวนช่องจอดว่าง — นำสถานะช่องจอดจากระบบนี้ไปแสดงหน้าลานหรือแต่ละชั้น
- ระบบ SOS ในลานจอดรถ — ปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่จอดรถ
- อุปกรณ์เสริมสำหรับลานจอดรถ — เสากั้น กรวย และอุปกรณ์จัดการพื้นที่จอด
- ระบบรั้ว AI ตรวจการบุกรุก — สำหรับพื้นที่รอบนอกที่ต้องเฝ้าระวังการเข้าออกนอกเวลา
- ระบบบริหารที่จอดรถและควบคุมทางเข้าออก Dpark — ภาพรวมทั้งหมดของแบรนด์






